โอนรถยนต์มือสองทีละขั้นตอน: เอกสาร ค่าธรรมเนียม และการตรวจสภาพก่อนซื้อ
การซื้อขายรถยนต์มือสองมีมูลค่าสูงกว่าสินค้าทั่วไปมาก ความผิดพลาดด้านเอกสารหรือการข้ามขั้นตอนตรวจสภาพอาจทำให้เสียเงินหลักหมื่นถึงหลักแสน คู่มือนี้เรียงตามลำดับที่ควรทำจริง
อัปเดตล่าสุด: 2026-08-31 · Near Dee
1. ตรวจสภาพรถก่อนคุยเรื่องโอน
ก่อนจะไปถึงขั้นตอนเอกสาร ให้ตรวจสภาพรถให้ละเอียดหรือพารถไปที่ศูนย์ตรวจสภาพอิสระ (เช่น บริการเช็กสภาพรถมือสองที่มีตามอู่ใหญ่) ดูรอยชนที่ซ่อมมา เช็กว่าเลขไมล์สอดคล้องกับสภาพเบาะและพวงมาลัยหรือไม่ ทดลองขับทั้งทางเรียบและทางขรุขระ และดูประวัติเข้าศูนย์บริการถ้าผู้ขายมีสมุดคู่มือ
ขอดูเล่มทะเบียนตัวจริงและเช็กว่าชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ตรงกับคนที่มาเจรจาขาย ถ้ารถยังผ่อนไฟแนนซ์อยู่ ต้องขอหนังสือปลอดภาระหรือใบปิดยอดจากไฟแนนซ์ก่อนจ่ายเงินก้อนสุดท้าย
2. เอกสารที่ผู้ขายต้องเตรียม
- เล่มทะเบียนรถ (ตัวจริง)
- บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขาย พร้อมสำเนาเซ็นรับรอง
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้าผู้ขายมาที่ขนส่งเองไม่ได้) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจ
- หนังสือปลอดภาระจากไฟแนนซ์ (กรณีเคยผ่อน)
- ใบเสร็จภาษีและ พ.ร.บ. ล่าสุด
3. เอกสารที่ผู้ซื้อต้องเตรียม
- บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้าผู้ซื้อมาเองไม่ได้)
- กรณีซื้อผ่านไฟแนนซ์ใหม่ ต้องมีสัญญาเช่าซื้อจากไฟแนนซ์มาแสดงด้วย
4. นัดคิวและไปที่สำนักงานขนส่ง
ปัจจุบันสำนักงานขนส่งหลายแห่งให้จองคิวออนไลน์ล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์หรือแอปของกรมการขนส่งทางบก ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายควรไปพร้อมกันพร้อมนำรถไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ที่จุดตรวจสภาพก่อนเข้าไปยื่นเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์
5. ค่าธรรมเนียมโอนและภาษี
ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่ประมาณ 100-300 บาท บวกค่าคำขอและค่าแผ่นป้ายใหม่ (ถ้าเปลี่ยนป้าย) รวมแล้วมักไม่เกินสองสามร้อยบาท แต่ถ้าภาษีประจำปีขาดชำระต้องจ่ายภาษีค้างพร้อมเบี้ยปรับก่อนโอน ผู้ซื้อควรตรวจสอบสถานะภาษีล่วงหน้าและต่อรองราคาให้สอดคล้อง
6. ป้ายภาษีและการต่อทะเบียนหลังโอน
หลังโอนเสร็จ ผู้ซื้อจะได้เล่มทะเบียนที่มีชื่อตัวเองเป็นเจ้าของ และต้องตรวจว่าป้ายภาษีด้านหน้ารถยังไม่หมดอายุ ถ้าใกล้ครบกำหนดให้เตรียมต่อภาษีทันทีผ่านช่องทางตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) สำหรับรถอายุเกิน 7 ปีที่ต้องตรวจสภาพก่อนต่อภาษีทุกปี
7. ย้ายกรมธรรม์ประกันภัยให้เป็นชื่อผู้ซื้อ
ประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1-3) ผูกกับตัวรถและเจ้าของเดิม ผู้ซื้อควรติดต่อบริษัทประกันเพื่อเปลี่ยนชื่อผู้เอาประกันทันทีหลังโอน หรือซื้อกรมธรรม์ใหม่ในชื่อตัวเอง เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุก่อนเปลี่ยนชื่อ การเคลมอาจล่าช้าหรือมีปัญหาเรื่องผู้มีส่วนได้เสียในกรมธรรม์