Near Dee

    ตั้งราคาของมือสองอย่างไรให้สมเหตุสมผลในไทย

    ราคาที่ตั้งสูงไปทำให้ประกาศจมหาย ราคาที่ตั้งต่ำไปทำให้เสียเงินฟรี บทความนี้รวมหลักคิดง่าย ๆ ที่ใช้ตั้งราคาของมือสองได้กับแทบทุกหมวดหมู่

    อัปเดตล่าสุด: 2026-08-31 · Near Dee

    1. เริ่มจากราคาตลาด ไม่ใช่ราคาที่ซื้อมา

    ราคาที่ควรตั้งไม่ใช่ราคาซื้อเดิมลบด้วยความรู้สึกว่าใช้มานานแค่ไหน แต่คือราคาที่คนอื่นกำลังขายของแบบเดียวกันในสภาพใกล้เคียงกันจริง ๆ อยู่ตอนนี้ ให้ค้นหาในแอปด้วยชื่อรุ่นเดียวกัน ดู 5-10 ประกาศที่ยังเปิดขายอยู่ แล้วดูว่าราคาไหนขายได้เร็วเทียบกับราคาที่ค้างอยู่นาน

    2. อัตราค่าเสื่อมคร่าว ๆ แยกตามหมวด

    • มือถือ/แท็บเล็ต: ปีแรกลดประมาณ 25-35% จากราคาซื้อ ปีต่อ ๆ ไปลดอีกปีละ 15-20% รุ่นที่เพิ่งมีรุ่นใหม่ออกมาแทนที่จะลดเร็วกว่าปกติ
    • เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ (ตู้เย็น เครื่องซักผ้า แอร์): ลดประมาณ 10-15% ต่อปี ตราบใดที่ยังใช้งานได้ปกติและไม่มีปัญหาคอมเพรสเซอร์หรือมอเตอร์
    • เฟอร์นิเจอร์: ลดประมาณ 20-30% ในปีแรก จากนั้นราคาค่อนข้างคงที่ถ้าสภาพไม้และโครงยังดี ยกเว้นแบรนด์ที่ยังมีดีมานด์เฉพาะกลุ่ม
    • กระเป๋าแบรนด์เนมและนาฬิกา: ค่าเสื่อมช้ากว่าหมวดอื่นมาก บางรุ่นราคาแทบไม่ลดหรือขึ้นได้ถ้ามีใบรับประกันและกล่องครบ
    • เสื้อผ้าและรองเท้า: ลดเร็วที่สุดในทุกหมวด มักขายได้ที่ 20-40% ของราคาป้ายแม้ใส่ไม่กี่ครั้ง เว้นแต่เป็นของสะสมหรือเลิกผลิตแล้ว

    3. ปรับราคาตามสภาพจริง ไม่ใช่ตามที่อยากขาย

    แบ่งสภาพเป็นสามระดับคร่าว ๆ ในใจ: ใหม่มาก (ใช้ไม่ถึง 5 ครั้งหรือรอยแทบไม่มี) สภาพดี (ใช้งานปกติ มีรอยเล็กน้อยที่ไม่กระทบการใช้งาน) และสภาพพอใช้ (มีตำหนิชัดเจนหรือฟังก์ชันบางอย่างเสื่อม) แต่ละระดับควรห่างกันประมาณ 10-15% ของราคาตลาด

    4. เมื่อไหร่ควรลดราคา

    ถ้าประกาศเปิดมาแล้ว 7-10 วันโดยไม่มีคนทัก หรือมีคนทักแต่ไม่มีใครนัดดูของจริง เป็นสัญญาณว่าราคาสูงกว่าตลาด ลองลด 5-10% แล้วดูอีกครั้ง การลดราคาทีละน้อยแต่บ่อยดีกว่าตั้งราคาสูงค้างไว้นานจนของเก่าและถูกมองข้าม

    5. รับมือคนที่ต่อราคาต่ำเกินจริง

    ถ้ามีคนเสนอราคาต่ำกว่าที่ตั้งไว้เกิน 30-40% โดยไม่มีเหตุผลเรื่องสภาพสินค้าประกอบ ไม่จำเป็นต้องตอบด้วยอารมณ์ แค่ยืนราคาเดิมหรือย้ำจุดเด่นของสินค้าสั้น ๆ พอ ถ้าอีกฝ่ายจริงจังมักกลับมาต่อรองในช่วงที่สมเหตุสมผลมากขึ้นเอง

    การต่อรองที่สมเหตุสมผลมักอยู่ในช่วง 5-15% จากราคาตั้ง ถ้าเว้นระยะต่อรองไว้ตั้งแต่ตอนตั้งราคาแล้ว ก็สามารถยอมลงในช่วงนี้ได้โดยไม่ขาดทุน

    อ่านภาษาอื่น

    บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง

    กลับไปหน้ารวมคู่มือ