ส่งของมือสองในไทยยังไงให้ถึงมือดี: Kerry, Flash, J&T, ไปรษณีย์ไทย และรถบัส
การเลือกขนส่งผิดทำให้ของมือสองเสียหายหรือมาช้าจนผู้ซื้อยกเลิกได้ บทความนี้เปรียบเทียบตัวเลือกขนส่งในไทยที่ใช้จริง พร้อมวิธีแพ็คและขอเคลมเมื่อของเสียหาย
อัปเดตล่าสุด: 2026-08-31 · Near Dee
เปรียบเทียบขนส่งหลักที่ใช้กันทั่วไป
Kerry Express เหมาะกับพัสดุทั่วไปถึงขนาดกลาง มีจุดรับส่งเยอะและรวดเร็วในเขตเมือง ราคาเริ่มต้นประมาณ 40-50 บาทสำหรับพัสดุเล็กในกรุงเทพฯ และปริมณฑล Flash Express มีจุดดรอปทั่วประเทศมากที่สุดจุดหนึ่งและราคาถูกกว่าในบางเส้นทาง เหมาะกับของที่ต้องส่งไปต่างจังหวัดไกล ๆ
J&T Express มักราคาถูกที่สุดสำหรับพัสดุทั่วไปในเส้นทางกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด แต่เวลาส่งอาจช้ากว่า Kerry เล็กน้อยในบางพื้นที่ ไปรษณีย์ไทยยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับพื้นที่ห่างไกลที่ขนส่งเอกชนเข้าไม่ถึง และมีบริการ EMS สำหรับของที่ต้องการความรวดเร็วพร้อมติดตามสถานะละเอียด
ของชิ้นใหญ่: รถบัสขนส่งของและ Grab/Lalamove
เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือของที่เกิน 20 กิโลกรัม ไม่เหมาะกับขนส่งพัสดุทั่วไป ทางเลือกที่คนไทยใช้กันมากคือฝากไปกับรถบัสประจำทาง (บขส. หรือรถทัวร์เอกชน) ซึ่งรับฝากของที่เคาน์เตอร์ต้นทางและให้ผู้รับไปรับที่สถานีปลายทางเอง ราคาคิดตามน้ำหนักและระยะทาง ถูกกว่าขนส่งเอกชนมากสำหรับของหนักและใหญ่ แต่ผู้รับต้องเดินทางไปรับเอง
สำหรับการส่งในเมืองเดียวกันหรือระยะใกล้ Grab และ Lalamove เหมาะกับของชิ้นใหญ่ที่ต้องส่งถึงมือภายในวันเดียว เช่น ตู้เย็น โซฟา หรือจักรยาน สามารถเลือกรถกระบะหรือรถตู้ตามขนาดของ ราคาคิดตามระยะทางเริ่มต้นประมาณ 150-300 บาทในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
วิธีแพ็คของแตกง่ายและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- ห่อของแตกง่ายด้วยบับเบิ้ลกันกระแทกอย่างน้อย 2 ชั้น แล้วเว้นช่องว่างในกล่องไม่ให้ของขยับ อุดช่องว่างด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์หรือโฟม
- จอโทรทัศน์ กระจก และของที่มีจอแสดงผล ควรใช้กล่องลูกฟูกสองชั้นและติดป้าย 'ระวังแตก-ห้ามวางซ้อน' ให้ชัดเจน
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ควรถอดแบตเตอรี่ที่ถอดได้ออกก่อนส่ง และเก็บสายชาร์จแยกเป็นถุงเล็กติดไว้ในกล่องเดียวกัน
- ถ่ายวิดีโอตอนแพ็คของทุกด้านไว้เป็นหลักฐาน หากเกิดข้อพิพาทเรื่องสภาพสินค้าก่อนส่งจะได้มีหลักฐานชัดเจน
การประกันพัสดุและการเคลม
ขนส่งเอกชนส่วนใหญ่มีค่าชดเชยพื้นฐานให้แบบไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่วงเงินมักต่ำ เช่น ไม่เกิน 1,000-2,000 บาท สำหรับของมูลค่าสูงควรซื้อประกันพัสดุเพิ่มซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสินค้าที่ระบุ และต้องเก็บใบเสร็จค่าสินค้าหรือหลักฐานราคาไว้ประกอบการเคลม
เมื่อพัสดุเสียหาย ให้ถ่ายรูปกล่องและของข้างในทันทีก่อนแกะออกจนหมด แจ้งเคลมกับขนส่งภายในระยะเวลาที่กำหนดซึ่งส่วนใหญ่คือ 7-15 วันนับจากวันที่ได้รับ และเก็บใบปะหน้าพัสดุกับหมายเลขติดตามไว้เป็นหลักฐาน
ต้นทุนและเวลาโดยประมาณตามขนาด
- พัสดุเล็ก (ไม่เกิน 2 กก. เช่น โทรศัพท์ หูฟัง): 35-50 บาท ส่งถึงภายใน 1-2 วันในเมืองใหญ่
- พัสดุกลาง (2-10 กก. เช่น เสื้อผ้าหลายชิ้น เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก): 50-120 บาท ส่งถึงภายใน 2-4 วัน
- พัสดุใหญ่ (10-20 กก. เช่น จอคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์): 150-350 บาท ขึ้นกับระยะทาง ส่งถึงภายใน 3-5 วัน
- ของชิ้นใหญ่เกิน 20 กก. หรือเฟอร์นิเจอร์: ใช้รถบัสขนส่งของ (200-600 บาทตามระยะทาง) หรือ Lalamove ในเมืองเดียวกัน (150-500 บาทตามระยะทางและขนาดรถ)
เคล็ดลับก่อนส่งของมือสองทุกครั้ง
ระบุที่อยู่และเบอร์โทรผู้รับให้ครบถ้วนและถูกต้อง เขียนชื่อสินค้าคร่าว ๆ บนกล่องเพื่อป้องกันการส่งผิดที่จุดคัดแยก และแจ้งเลขติดตามพัสดุให้ผู้ซื้อทันทีที่ส่งของเสร็จ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายติดตามสถานะได้ตรงกันและลดข้อพิพาทเรื่องพัสดุล่าช้าหรือสูญหาย
อ่านภาษาอื่น
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง
- ซื้อขายของมือสองในกรุงเทพฯ และปริมณฑล: คู่มือเลือกทำเล นัดรับ และราคาตลาด
- รวมตลาดมือสองในกรุงเทพฯ: จตุจักร ตลาดรถไฟ คลองถม และย่านไอทีมือสอง
- ย้ายคอนโดในกรุงเทพฯ: จังหวะเวลา กฎย้ายเข้า-ออก และของที่ควรขายก่อนย้าย
- ปฏิทินซื้อขายมือสองไทยตามฤดูกาล: สงกรานต์ หน้าฝน เปิดเทอม และปลายปี
- ใช้ชีวิตและซื้อขายมือสองในเชียงใหม่: นิมมาน เมืองเก่า หางดง สันทราย